ใครๆ ก็บอกให้เรามีความอดทน แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นเราอดทนไปเพื่ออะไร อดทนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้นรึป่าว? หรือเป็นเพียงคำพูดทั่วไปที่ดูสวยหรูเท่านั้น และคำถามที่ติดอยู่ในใจของใครหลายคนคือ เมื่อเริ่มคิดที่จะเปลี่ยนแปลงบางสิ่งที่เป็นอยู่ แล้วความคิดนั้นคือความอ่อนแอของเรารึป่าวหรือเราไม่มีความอดทนมากพอหรือ หากคุณกำลังคิดหนักกับสิ่งเหล่านี้อยู่ มาร่วมกันไขข้อข้องใจกับคำถามเหล่านี้ไปพร้อมกับเราต่อเลย

คนเราย่อมต้องการในสิ่งที่สามารถทำให้ตนพึ่งพอใจโดยไม่ต้องรอ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงแทบไม่มีสิ่งใดที่เราจะได้มาโดยทันที ซึ่งในปัจจุบันมีความสะดวกสบายมากขึ้นทำให้ลดเวลาในการรอในสิ่งที่เราต้องการ ยกตัวอย่างสิ่งรอบตัวเราที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น จากการที่เราต้องเดินไปต่อแถวซื้ออาหารก็มีบริการเดลิเวอรี่มาส่งถึงที่, มี Podcast ที่คนอื่นจะพูดคุยหรือสรุปสิ่งที่เราอยากรู้ให้ฟังโดยที่เราไม่ต้องไปอ่านหนังสือเป็นพันๆ หน้า หรือแม้กระทั่งการรอรถแท็กซี่เราไม่ต้องรอนานเกินไปก็มีแอปพลิเคชั่นเรียกได้เลย ดังนั้นจึงปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่อำนวยความสะดวกที่มากขึ้นในวันนี้ สามารถทำให้ความอดทนของคนเราลดน้อยลงและคิดเรื่องคุณค่าของเวลาที่เสียไปมากขึ้น แต่ในระหว่างทางของการใช้ชีวิตบางทีความอดทนต่อบางสิ่งไม่ได้ง่ายเหมือนการรออาหาร ในระหว่างนั้นเราอาจจะต้องฝึกให้มีความอดทนบ้าง

5 วิธีฝึกให้เราเป็นคนอดทน




1. ฝึกรอมากขึ้น – การที่เรารอเป็น สามารถช่วยให้เราใจเย็นลง รอได้แบบไม่เครียดเกินไป โดยเริ่มจากการรอสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น รอแม่ค้าทอดลูกชิ้น รอน้ำปั่นผลไม้ เป็นต้น แล้วก็ใช้ความอดทนรอมากขึ้นกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

2. เลิกทำสิ่งที่ไม่สำคัญ – สิ่งสำคัญในชีวิตย่อมต้องใช้ระยะเวลาในการรอ หากคุณทำในสิ่งที่ไม่สำคัญมากเกินไปจะทำให้กินเวลาในสิ่งสำคัญที่เราควรจะทำจริงๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดให้ภายหลังและเลิกล้มทำในสิ่งสำคัญได้ ดังนั้นการมีแบบแผนในการใช้ชีวิตในทุกๆ วันก็เป็นสิ่งที่ควรมีบ้าง

3. จัดลำดับความสำคัญของสิ่งที่ต้องทำให้ดี – ในการทำงานบางทีก็มีงานอื่นเข้ามาแทรก ทำให้คุณต้องสลับไปทำงานอื่นก่อนโดยงานแรกยังไม่เสร็จ จึงทำให้เกิดความผิดหวังต่อตนเอง ทางที่ดีคุณควรจดบันทึกงานต่างๆ ที่เข้ามา และลำดับความสำคัญให้ถูกต้อง วิธีนี้ก็สามารถช่วยให้คุณไม่เครียดและสามารถโฟกัสสิ่งที่สำคัญที่ต้องทำได้ ( อ่านเพิ่มเติม >> จัดลำดับความสำคัญของงานและบริหารเวลาด้วยเทคนิคง่ายๆ )

4. ปรับการคาดหวัง – ความเป็นจริงในโลกจะไม่ได้เป็นไปตามที่คุณคาดหวังเสมอไป ทำให้คุณหงุดหงิด อารมณ์เสียต่อผู้คน, สถานที่ หรือบางสิ่งที่เป็นอยู่ที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ควรจะเป็น หากคุณรู้สึกเช่นนั้นควรจะปรับแผนความคิดเสียใหม่ ซึ่งก็คือมองสิ่งรอบตัวที่เป็นจริงมากขึ้น และผ่อนคลายความกดดันตัวเองลงบ้าง

5. ทำตัวให้ผ่อนคลาย – สิ่งสำคัญของการฝึกความอดทนคือคุณต้องทำตัวให้ผ่อนคลาย หายใจเข้า-ออกลึกๆ สองสามครั้ง ช่วยทำให้ความเครียดความร้อนรนของคุณบรรเทาลงได้ แต่หากไม่ได้ผลคุณควรหาวิธีเคลียร์สมอง ร่างกาย และจิตใจ ให้ปลอดโปร่งเสียก่อน เช่น ออกกำลังกาย, เดินเล่นยาวๆ, ทำในสิ่งที่ชอบ เป็นต้น


ความอดทนของแต่ละบุคคลรวมถึงความต้องการในชีวิตของคนเรานั้นต่างกัน ดังนั้นเราไม่สามารถใช้ความคิดเห็นส่วนตัวตัดสินหรือวิจารณ์ใครว่าคนนั้นคนนี้อ่อนแอหรือไม่มีความอดทนได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือตัวเราเองต้องมองเห็นว่า เมื่ออดทนแล้วสิ่งที่ได้กลับมาคุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องเผชิญหรือไม่ บางทีความอดทนคือการเสียสุขภาพทั้งกายและใจ, เสียตัวตน, ไม่มีความสุข, เสียเวลาเป็นปีๆ เป็นต้น ดังนั้นการรู้ลิมิตของตัวเองและการชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะทำก่อนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆ ทาง www.americanoman.com ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนฝ่าฟันอุปสรรคทุกอย่างไปได้ และสนับสนุนในการตัดสินใจของคุณเสมอ 💗💗💗



ขอขอบคุณ :
https://www.inc.com/rhett-power/4-tips-to-help-you-be-a-more-patient-person-science-says-you-will-be-happier.html
https://www.wikihow.com/Be-Patient

Total views 324 

Similar Posts
0 0 votes
Article Rating
Subscribe
Notify of
0 Comments
Inline Feedbacks
View all comments